โทนี่ โครส สุดยอดกองกลางของทัพราชันชุดขาว

โทนี่ โครส เส้นทางการค้าแข้งสุดมหัศจรรย์  โทนี่ โครส มิดฟิลด์ฝีเท้าเวิร์ดคลาส ดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2014

โทนี่ โครส (Toni Kroos) สุดยอดกองกลางแห่งยุค ที่ได้รับการยกย่อง ว่าเป็นหนึ่งในกองกลาง ที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านเกม การคุมจังหวะ การขึ้นเกม และมีทีเด็ดอยู่ที่การวางบอลยาวที่แม่นยำ ปัจจุบันกำลังค้าแข้งอยู่กับ เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ในศึกลาลีกาของสเปน ซึ่งการเข้ามาของโครสนั้น ถือว่าเป็นการนำพาความสำเร็จ ทั้งรางวัลส่วนตัวและรางวัลของสโมสรมาแล้วมากมาย

จนมีชื่อติดทีมที่ดีที่สุดในฤดูกาล 2014/2015 หรือที่เรียกว่า FIFA FIFPro World XI เป็นเครื่องยืนยันความสุดยอด ของกองกลางคนนี้ได้เป็นอย่างดี โดยในฤดูกาลนั้นถึงแม้ว่าเรอัล มาดริด จะมีผลงานที่ไม่ค่อยน่าพึ่งพอใจเท่าไหร่นัก แต่หากมองที่ฟอร์มของผู้เล่นส่วนตัวแล้วนั้น มีอยู่สองคนที่สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น คนแรกนั้นก็คือ คริสเตียนโน โรนัลโด้ แล้วก็ โทนี่ โครส นั่นเอง

ในฤดูกาลเดียวกันนั้นเอง ก่อนที่เขาจะได้ย้ายซบเรอัล มาดริดนั้น เป็นช่วงที่กำลังแข่งขันฟุตบอลทัวนาเมนท์ใหญ่ นั่นก็คือฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2014 ที่จัดแข่งขันอยู่ที่ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนท์ที่โครส สามารถทำการระเบิดฟอร์มแจ่มได้ตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ จนท้ายที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์ไปได้ โทนี่ โครสคือกองกลางต้นแบบ ที่ผู้เล่นดาวรุ่งหลายๆคน

ที่ควรปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นระเบียบวินัย การเคร่งในกฎระเบีบบต่างๆ ตั้งแต่การเล่นในทีมเยาวชน จนกระทั่งในปัจจุบันนี้นั้น ฟอร์มการเล่นของโทนี่ โครส ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงไป จากครั้งแรกที่ลงเล่นสักเท่าไหร่นัก นับว่าเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้โครสนั้น สามารถรักษาฟอร์มการเล่น ในระดับเวิร์ดคลาสมาได้ จนถึงในฤดูกาลล่าสุด

บทวิเคราะห์บอล

ฉายแววยอดกองกลาง ในทีมเยาวชน ที่มีฝีเท้า 

สโมสรเริ่มต้นที่โทนี่ โครสได้ลงเล่นให้เป็นทีมแรกนั้น ก็คือทีม Greifwalder SV ตั้งแต่ปี 1997-2002 โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 5 ปี หลังจากนั้นก็ได้ย้ายมาร่สมทีม Hansa Rostock ในปี 2002-2006 จากนั้นในปี 2006-2007 ได้ย้ายเข้ามาร่วมทีมเยาวชนของ บาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่โครสนั้น ได้เข้ามาขัดเกลาฝีเท้า ระเบียบวินัย

และยกระดับความสามารถให้สูงยิ่งขึ้น กว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งมันโดดเด่นกว่าผู้เล่นตำแหน่งเดียวกัน อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถเช็คได้จากสถิติทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซนต์การผ่านบอล การวางบอลสั้น สลับกับการวาวบอลยาว การแย่งบอล การจ่ายบอลแบบชี้ขาดเกม การสร้างสรรค์โอกาส รวมทั้งการโอกาสยิงอย่างสม่ำเสมอ จนมีสถิติทุกอย่าง

และความสามารถที่สำคัญ ที่กองกลางคนหนึ่งพึงมีเอาไว้ โดยในตัวโครสนั้น มีครบทุกอย่าง ซึ่งทีเด็ดของเขานั้น อยู่ที่การสร้างสรรค์เกมจากแนวลึก (เน้นการวางบอลยาว) และการคุมจังหวะบอล หากว่าเกมจะช้าหรือว่าเร็ว โครสจะเป็นผู้กำหนดเองทุกจังหวะ จนความสามารถของเจ้าตัว มันโดดเด่นจนขนาดที่ว่า ถูกดึงตัวจากทีมเยาวชน

ขึ้นมาเล่นในทีม บาเยิร์น มิวนิค II หรือว่าทีมสำรองนั่นเอง ในช่วงฤดูกาล 2007-2008 แต่ว่าฟอร์มการเล่นที่สุดยอด กับเรื่องของโชคชะตาอยู่เสมอ เพราะว่าผู้เล่นในแดนกลางของเสื้อใต้ ในซีซั่นดังกล่าวนั้น แทบจะไม่มีที่ว่างให้โครสเลย และมักจะได้ลงสนามในช่วงท้ายเกม หรือว่าเกมบอลถ้วยเท่านั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อที่กีดกันการพัฒนาฝีเท้าของผู้เล่นดาวรุ่งแทบทุกคน

ซึ่งก็มีให้เห็นมาแล้ว หาว่าได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ มันก็จะเป็นผลดีต่อตัวผู้เล่นเอง ซึ่งกองกลางของบาเยิร์น มิวนิคในตอนนั้น มีแต่ผู้เล่นตัวท็อปของลีกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, เดวิด อลาบา, มาร์ค ฟาน บอมเมล และสตาร์ดังอีกหลายราย เป็นสาเหตุทีทำให้เจ้าตัว เลือกที่จะย้ายซบทีมอื่น ในรูปแบบยืมตัว เพื่อโอกาสในการลงเล่นและพัฒนาฝีเท้า ให้ดียิ่งขึ้น

ถูกปล่อยยืมไปร่วมทีมห้างขายยา เพื่อโอกาสในการลงเล่น และเพื่อยกระดับฝีเท้าของตัวเอง

หลังจากที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าที่ควร ทำให้โครสเองได้ย้ายไปร่วมทัพ ห้างขายยา ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น แบบยืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปี ในฤดูกาล 2009/2010 ซึ่งที่เลเวอร์คูเซ่นนี่เอง ที่เป็นพื้นที่ให้โครสได้โชว์ของ และโชว์ศักยภาพของตนเอง บวกกับได้ลงเล่นร่วมกับคู่ขาในแดนกลาง ที่มีสไตล์การเล่นที่ต่างกันอย่างอาร์ตูโร่ วิดัล โดยสไตล์การเล่นของวิดัลนั้น

จะมีจุดเด่นอยู่ที่การเล่นที่หนักหน่วง ดุดัน และการตัดบอล ส่วนสไตล์ของโครส จะเน้นหนักในเรื่องการทำเกมมากกว่า ซึ่งพอนำทั้วคู่มาจับคู่กันในแดนกลาง ก็เกิดความสมดุลอย่างชัดเจน จนสามารถพาทีมห้างยา ระเบิดฟอร์มสุดยอดได้แบบคาดไม่ถึง ในฤดูกาลนั้น ภายใต้การคุมทีมของจุ๊ปป์ ไฮย์เกส ทำให้โครสสามารถระเบิดฟอร์มได้เด่นยิ่งขึ้น

และท้ายที่สุดแล้ว โครสเองก็โดนทางบาเยิร์น มิวนิค เรียกตัวกลับมาร่วมทีม พร้อมกับยึดตำแหน่งตัวจริง ด้วยการประสานงานกับรุ่นพี่อย่างบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และผู้เล่นดาวรุ่งรุ่นน้องอย่าง โทมัส มุลเลอร์ ที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างไฉไล จนได้รับการคาดการณ์ว่า จะเป็นผู้เล่นระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้

การย้ายกลับมาเล่นที่บาเยิร์นอีกรอบนั้น ถือว่าเป็นการพิสูจน์ และยกระดับฝีเท้าของโครส ให้สูงและดีขึ้น จากเมื่อก่อรเป็นอย่างมาก โดยที่เจ้าตัวได้ค้าแข้งอยู่ในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า ตั้งแต่ปี 2011-2014 โดยสามารถคว้าแชมป์มากมาย มาประดับสโมสรแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น แชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย ในฤดูกาล 2007/2008, 2012/2013

และ 2013/2014 ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ในฤดูกาล 2012/2013 เดเอฟเบ โพคาล 2007 ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ 2013 และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2013 โดยในฤดูกาล 2012/2013 โครสก็เป็นหนึ่งในขุนพลชุดประวัติศาตร์ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิคได้ ภายใต้การคุมทีมของจุ๊ปป์ ไฮย์เกส นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม https://www.7mscorethailand.com/

เรื่องนี้ถูกเขียนใน บทความข่าวฟุตบอล และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร